วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2563

หาดนราทัศน์ นราธิวาส


หาดนราทัศน์

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ หาดนราทัศน์

        ตั้งอยู่ในตัวเมืองนราธิวาส เป็นชายหาดที่มีความสวยงาม โค้งหาดยาวต่อเนื่องประมาณ 5 กิโลเมตร มองเห็นได้ไกลจนสุดลูกหูลูกตา จรดกกับปลายแหลมปากแม่น้ำบางนราทางทิศใต้ เป็นหาดที่มีความสวยงาม หาดทรายขาว  ร่มรื่นด้วยทิวสนมากมาย อีกทั้งยังมีลมพัดเย็นบรรยากาศเป็นส่วนตัว ทำให้หาดนราทัศน์เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองนราธิวาส และนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเสมอ ยังมีหมู่บ้านชาวประมงตั้งกระจายเป็นระยะ ๆ ชายหาดช่วงที่อยู่ด้านหน้าหมู่บ้านจะมีเรือนกอและจอดเรียงรายอย่างสวยงาม โดยเฉพาะลักษณะของเรือกอและที่มีการวาดลวยลายอันวิจิตร ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของชาวใต้ ริมหาดนี้ยังมีร้านอาหารเรียงรายอยู่หลายร้าน ใต้แนวสนที่ร่มรื่นยังเหมาะแก่การตั้งแค้มป์ รวมถึงมีบังกะโลริมหาดสำหรับผู้ที่ต้องการพักค้างคืนอยู่

อ่าวมะนาว-เขาตันหยง


อ่าวมะนาว-เขาตันหยง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ อ่าวมะนาว จังหวัดนราธิวาส

จากการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จมาทรงเยี่ยมราษฎรในบริเวณพื้นที่บ้านบางมะนาว หมู่ที่ 1 ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ทรงมีพระราชดำริให้มีการปรับปรุงด้านต่างๆ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การศึกษา วัฒนธรรมและการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งในด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวนั้น สำนักงานป่าไม้ปัตตานีได้สนองพระราชดำริดังกล่าว โดยทำการสำรวจพื้นที่บริเวณป่าสงวนแห่งชาติพิเศษ ป่าเขาตันหยง ในพื้นที่บริเวณนอกเขตพระราชฐานพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ เพื่อจัดตั้งเป็นวนอุทยานมีเนื้อที่ประมาณ 23,278.25 ไร่ และตั้งชื่อว่า วนอุทยานอ่าวมะนาว โดยกรมป่าไม้ได้ขึ้นทะเบียนเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2536
ต่อมาเมื่อ ดร. ปลอดประสพ สุรัสวดี (อธิบดีกรมป่าไม้ในขณะนั้น) ได้ไปตรวจราชการในท้องที่จังหวัดนราธิวาส ได้ให้นโยบายเกี่ยวกับวนอุทยานอ่าวมะนาวขณะนั้นว่า ควรดำเนินการจัดตั้งวนอุทยานอ่าวมะนาวให้เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเล เพราะมีพื้นที่โดยรวมประกอบด้วย ท้องทะเล และทรัพยากรธรรมชาติริมฝั่งทะเลที่สมบูรณ์ มีหาดทรายขาวสลับด้วยโขดหินที่สวยงามแปลกตา ทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนราธิวาสและประเทศใกล้เคียงคือ มาเลเซีย ประกอบกับวนอุทยานอ่าวมะนาว มีอาณาเขตพื้นที่ติดต่อกับพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ซึ่งทุกๆ ปี ประมาณช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม จะมีการเสด็จแปรพระราชฐานเพื่อทรงงาน ตามพระราชดำริในท้องที่ ด้านการป่าไม้ด้วย ซึ่งส่วนอุทยานแห่งชาติทางทะเลได้สนองนโยบายตามที่อธิบดี มอบหมายดังกล่าว โดยจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกมาทำการสำรวจพื้นที่บริเวณอ่าวมะนาว และ เตรียมจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติต่อไป และในปี พ.ศ. 2544 ดร. ปลอดประสพ สุรัสวัสดี (อธิบดีกรมป่าไม้ในขณะนั้น) ได้ตั้งชื่อให้ใหม่เพื่อเป็นเกียรติว่า “ อุทยานแห่งชาติอ่าวมะนาว – เขาตันหยง ”
อุทยานแห่งชาติอ่าวมะนาว – เขาตันหยง เป็นอุทยานแห่งชาติเตรียมการประกาศที่ได้ผนวกรวบรวมพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ และความสวยงามของธรรมชาติ ซึ่งประกอบไปด้วยสภาพของหาดทรายขาวสลับด้วยโขดหินน้อยใหญ่บริเวณริมทะเล และสภาพอันแปลกตาของพันธุ์ไม้ป่าชายหาดที่มีรูปทรงแปลกตาในพื้นที่บ้านบูกิตอ่าวมะนาว หมู่ที่ 12 ต. กะลุวอเหนือ บริเวณอ่าวมะนาว อ. เมือง จ. นราธิวาส และ มีความหลากหลายของพันธุ์ไม้มาก โดยมีเนื้อที่ในการเตรียมจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 23,278.25ไร่
อุทยานแห่งชาติอ่าวมะนาว-เขาตันหยง โดยมีสถานที่ตั้งและอาณาเขต ดังนี้
-สถานที่ตั้งและอาณาเขตเตรียมการประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติอ่าวมะนาว-บริเวณอ่าวมะนาว ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาตันหยงบริเวณนอกเขตพระราชฐานพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์และพื้นที่ชายหาดอ่าวมะนาวด้านฝั่งทะเลทางขวาของถนน รพช. ในแนวทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ในท้องที่บ้านบูกิตอ่าวมะนาว บ้านค่ายและบ้านบางมะนาว ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส
ทิศเหนือ- จดอ่าวไทยในรัศมีประมาณ 3,000 เมตร จากชายฝั่ง
ทิศตะวันออก- จดเขตพระราชฐานพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์
ทิศตะวันตก- จดชุมชนบ้านบางมะนาว หมู่ที่ 1 ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง
จังหวัดนราธิวาส และในรัศมีประมาณ 3,000 เมตร จากชายฝั่ง
ทิศใต้- จดกับชุมชนบ้านค่าย หมู่ที่ 2 ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัด
นราธิวาส.

น้ำตกซีโป

น้ำตกซีโป

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ น้ําตกซีโป จังหวัดนราธิวาส


อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป มีพื้นที่ครอบคลุมในท้องที่ตำบลดุซงญอ อำเภอจะนะ ตำบลกาลิซา ตำบลเฉลิม ตำบลมะรือโบตก อำเภอระแงะ ตำบลตะมะยูง ตำบลซากอ ตำบลศรี บรรพต ตำบลเชิงคีรี อำเภอศรีสาครและตำบลลาโล๊ะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน สภาพป่าอุดมสมบูรณ์ประกอบด้วยป่าดงดิบชื้น เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด และมีจุดเด่นที่น่าสนใจ เช่น น้ำตกไอร์ซือดอ น้ำตกยากาบองอ เป็นแหล่งธรรมชาติที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง ของจังหวัดนราธิวาส อุทยานแห่งชาตินำตกซีโปมีพื้นที่ทั้งหมด 42,043 ไร่ หรือประมาณ 67.2688 ตารางกิโลเมตร อยู่ในแผนที่ภูมิประเทศชุด L 7017ระวาง หมายเลข 5321 III และ 5321 IV
ที่ตั้งที่ทำการ ตั้งอยู่ในท้องที่ ตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ระหว่างพิกัด UTM 47 N 0792453 , 0693606 (ละติจุด 060 16.129// ,ลองติจุด 1010 38.596//)
ที่ตั้งและอาณาเขต
มีอาณาเขตติดต่อกับพื้นที่อื่นๆ ดังนี้
ทิศเหนือ จด ตำบลมะรือโบตก อำเภอระแงะ
ทิศใต้ จด ตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ
ทิศตะวันออก จด ตำบลกาลิซา ตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ
ทิศตะวันตก จด ตำบลเชิงคีรี ตำบลศรีบรรพต อำเภอศรีสาคร
ความเป็นมา
ตามคำสั่งกรมป่าไม้ที่ 1055/2539 ได้ให้ นายสุธน จันทร์สว่าง เจ้าพนักงานป่าไม้ 5 ส่วนอุทยานแห่งชาติ หัวหน้าวนอุทยานน้ำตกซีโป ไปดำเนินการสำรวจข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสภาพป่า การถือครองที่ดิน การใช้ประโยชน์ที่ดิน พื้นที่บริเวณป่าโครงการไม้กระยาเลยฝั่งขวาแม่น้ำสายบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกันกับวนอุทยานน้ำตกซีโป ซึ่งกรมป่าไม้ขึ้นทะเบียนเป็นวนอุทยานปี 2519 จากรายงานการสำรวจเบื้องต้น ตามหนังสือวนอุทยานน้ำตกซีโป อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ที่ กษ. 0712.3/(ซป)/41 ลงวันที่ 1 มิถุนายน 2538 สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติได้พิจารณาแล้วเห็นว่า สภาพพื้นที่บริเวณป่าโครงการไม้กระยาเลยฝั่งขวาแม่น้ำสายบุรี และวนอุทยานน้ำตกซีโป มีความเหมาะสมที่จะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 โดยให้ใช้ชื่ออุทยานแห่งชาติดังกล่าว และได้เสนอผ่านที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติแล้ว
ปัจจุบันกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเป็นอุทยานแห่งชาติต่อไป

น้ำตกฉัตรวาริน - อุทยานแห่งชาติบูโด - สุไหงปาดี


น้ำตกฉัตรวาริน - อุทยานแห่งชาติบูโด - สุไหงปาดี




ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ น้ำตกฉัตรวาริน


ปาล์มบังสูรย์ ซึ่งเป็นไม้หายากพบในบริเวณป่าลึกที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,800 เมตร มีถิ่นกำเนิดในประเทศมาเลเซีย ลักษณะเป็นไม้ลำต้นเตี้ยๆ แต่แตกก้านออกเป็นกอใหญ่ สูงท่วมหัว สามารถสูงได้ถึง 3 เมตร ใบแผ่กว้างทรงสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด มีเส้นใบเรียงกันเป็นระเบียบสวยงาม ได้รับการยกย่องจากทั่วโลกว่าเป็นปาล์มที่สวยงามที่สุด ซึ่งจะพบในป่าแถบนี้เท่านั้น ชื่อ ปาล์มบังสูรย์ ตั้งโดยศาสตราจารย์ประชิด วามานนท์ ที่ปรึกษาโครงการส่วนพระองค์ เมื่อครั้งท่านเดินทางมาสำรวจพื้นที่แถบนี้ ได้พบปาล์มชนิดนี้ปลูกอยู่ในหมู่บ้านมุสลิม ศาสตราจารย์ประชิดเห็นว่าใบของปาล์มชนิดนี้มีลักษณะคล้าย "บังสูรย์" เครื่องสูงที่ใช้บังแดดในพิธีแห่จึงนำมาตั้งเป็นชื่อปาล์มดังกล่าว ส่วนภาษาท้องถิ่นเรียกว่า บูเก๊ะอีแป แปลว่าตะขาบภูเขา น่าจะมาจากส่วนช่อดอกที่คล้ายตัวตะขาบ


น้ำตกปาโจ


น้ำตกปาโจ



น้ำตกปาโจ เป็นน้ำตกที่มีลักษณะเป็นหน้าผาสูง คำว่า “ปาโจ” เป็นภาษามลายูท้องถิ่นมีความหมายว่า “น้ำตก” ที่น้ำตกปาโจ นี้มีทางขึ้นไปสู่ต้นน้ำเป็นชั้นๆ รวม ๘ ชั้น นับว่าเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดและสวยงามแห่งหนึ่งของภาคใต้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวประเภทอุทยาน ป่าเขา ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ



วัดเขากง






วัดเขากง


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ วัดเขากง


 ในจังหวัดนราธิวาส มีวัดที่น่าเที่ยวอยู่หลายแห่ง อย่างวัดชลธาราสิงเห อ.ตากใบ ก็มีโบราณวัตถุมากมาย อุโบสถมีจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่ที่สวยงาม  อีกทั้งยังเป็นวัดสำคัญที่ช่วยพิทักษ์ดินแดนไทยไว้ด้วย ส่วนรายละเอียดเป็นอย่างไรนั้น เอาไว้เล่าตอนไปเที่ยววัดชลฯ ในคราวหน้า เพราะครั้งนี้ผมจะพาไป ‘วัดเขากง’ ณ ‘พุทธมณฑลจังหวัดนราธิวาส’
                กล่าวสำหรับพุทธมณฑล นอกจากส่วนกลาง คือ ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม แล้ว ในประเทศไทยมีพุทธมณฑลภูมิภาคอีก 9 แห่ง ซึ่งหนึ่งในนั้น ตั้งอยู่ที่จังหวัดนราธิวาส พุทธมณฑล อีก 8 แห่ง คือ ได้แก่ พิษณุโลก, นครสวรรค์, สมุทรสาคร, ลำปาง, พะเยา, นครพนม, ขอนแก่น และเพชรบุรี พุทธมณฑลจังหวัดนราธิวาส สร้างขึ้นในปีงบประมาณ 2549 เป็นหนึ่งในโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี เพื่อสำหรับใช้ประกอบพิธีกรรม แสดงธรรม และประชุมทางพระพุทธศาสนา ตลอดจนเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ตั้งอยู่ ต.ลำภู อ.เมือง จ. นราธิวาสอาจมีคนสงสัยว่า ในเมื่อประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม แล้วไยพุทธมณฑล จึงมาตั้งอยู่นราธิวาสแต่ถ้าย้อนประวัติความเป็นมาของการเปลี่ยนแปลงทางศาสนาแล้วก็ไม่นึกแปลกอะไร
อย่างที่เรารู้กันดีว่า ปัตตานีซึ่งอยู่บนคาบสมุทรมลายู เป็นเมืองท่าสำคัญเมื่อครั้งอดีต แต่กว่าจะเจริญรุ่งเรือง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ต้องเคยเป็นที่รกพง และมีชาวป่า (โอรังอัสลี หรือซาไก) อาศัยมาก่อน ที่สำคัญมีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่ง ถึงขนาดพ่อค้าจากจีน และอินเดีย ล่องเรือมาเจอ ยังอุทานออกมาว่า โอ้! ‘แผ่นดินทอง นานวันผ่าน พ่อค้าอินเดียได้นำศาสนาฮินดู และวัฒนธรรมเข้ามาเผยแผ่ ชนพื้นเมืองที่เคยนับถือผี จึงหันมานับถือศาสนา และคำสอนตามคติ พราหมณ์ หลังจากนั้นอินเดียได้นำพระพุทธศาสนาเข้ามาเผยแผ่ และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย มีหลักฐานเกี่ยวกับการสร้างวัด พระพุทธรูป มากมายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาทิ พระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ในถ้ำคูหามุข จ.ยะลา หรือพระพิมพ์ดินดิบ ที่ชุมชนโบราณยะรัง จ.ปัตตานี เป็นต้น ด้วยแรงศรัทธาของศาสนา หลังจากศาสนาพุทธรุ่งเรือง พ่อค้าชาวอาหรับ ก็ได้นำหลักคำสอนของศาสนาอิสลามมาเผยแผ่ และได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน
                  วัดเขากง ถือเป็นใจกลางพุทธมณฑลจังหวัดนราธิวาส ศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธมากว่าพันปี ปัจจุบันเป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง นาม ‘พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล’พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งประทานพรที่สวยงาม และใหญ่ที่สุดในภาคใต้ สร้างตามแบบพุทธศิลป์สกุลช่างอินเดียใต้ (แบบขนมต้ม) หน้าตักกว้าง 17 เมตร มีความสูงจากใต้พระเพลา ถึงพระเกศบัวตูม  23 เมตร ประดับด้วยโมเสดสีทองทั้งองค์ เริ่มวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2509 แล้วเสร็จเมื่อ วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมบรรจุดินจากสังเวชนียสถาน คือ ดินจากสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่พระอุระเบื้องซ้ายพระพุทธทักษิณมิ่งมงคล เมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม พ.ศ. 2513
สาเหตุที่ชื่อวัดเขากง ก็เพราะตั้งอยู่บนเขากง และสาเหตุที่ไปตั้งวัดบนเขากง ก็เพราะว่า พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นพุทธสถานมาก่อน มีหลักฐานที่เป็นซากโบราณสถานอันเป็นส่วนประกอบของเจดีย์พร้อมทั้งเศียรพระพุทธรูป และพระโพธิสัตว์ฝ่ายมหายาน รวมทั้งโบราณวัตถุต่างๆ มากมาย จากหลักฐานเหล่านี้ ผู้รู้สันนิษฐานว่า พุทธสถานแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 1100 ผ่านมาพันกว่าปี กระทั่ง พ.ศ.2542 พุทธสถานแห่งนี้จึงถูกสร้างขึ้นเป็นวัดเขากง โดยหลวงพ่อปอเลาะห์ ซึ่งก็เป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัด กระทั่งถึง พ.ศ.2435 วัดเขากงก็ต้องกลายเป็นวัดร้าง เนื่องจากหลวงพ่อปอเลาะห์ได้ออกธุดงค์และมรณภาพที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ทำให้ขาดพระสงฆ์อยู่จำพรรษา ก็ร้างอยู่ราว 60 ปี วัดเขากงจึงได้รับการบูรณะใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2495 และกลายเป็นแหล่งยึดเหนี่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชนจวบจนทุกวันนี้
มีเรื่องเล่าอีกเล็กน้อยเกี่ยวกับเขากง สาเหตุที่เรียกว่า เขากง นั้น เนื่องจากสถานที่แห่งนี้เป็นภูเขาตั้งเรียงกัน 3 ลูก มองไกลๆ คล้ายคางคกภูเขา (ขนาดใหญ่กว่าคางคกปกติมาก แถมดุด้วย ดุชนิดที่กินงูเป็นอาหารเลยละ) คางคกประเภทนี้ คนใต้เรียก ‘กง’ ยังไม่จบเรื่องกง เจ้าคางคกยักษ์นี่ ภาษาถิ่นนราธิวาส หรือเจ๊ะเห เรียกว่า ‘กงกง’ ถือเป็นสัตว์มงคล หากเข้าบ้านใคร เขาจะไม่ไล่ แต่จะเลี้ยงดูอย่างดีเลย หากนึกไม่ออกว่าตัวมันเป็นอย่างไร ขอให้นึกถึง อุทัยเทวี เชื่อว่า ผู้อ่านคงเกิดคำถามว่า เอ! เจ้าอาวาสองค์แรกชื่อท่านคล้ายจะเป็นอิสลามิกชนนา ไหง๋มาบวชเป็นพระได้ ใช่แล้วครับ เดิมท่านนับถือศาสนาอิสลาม! มีประวัติเล่าหลายสำนวนแต่ก็คล้ายๆ กัน จึงขอนำมาเล่าให้อ่านเพียงสำนวนเดียว ดังนี้
                “ท่านเป็นคนนราธิวาส วันหนึ่งได้เดินไปในป่า พบเสือเบงกอลใหญ่จะเข้ามากัด ด้วยตกใจ ท่านซึ่งตอนนั้นเป็นมุสลิม จึงร้องขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นึกได้ทั้งหมด ทั้งพระเจ้า ทั้งเทวดา กระทั่งหลุดปากออกมาว่า ถ้าเสือไม่กินท่าน ท่านจะบวชเป็นพระ เท่านั้นแหละ เสือก็เลยหายไป พอกลับบ้าน ท่านก็ฝันว่า เสือมาถามว่า เมื่อไหร่จะบวช ท่านก็เลยไปบวช” การนำประวัติหลวงพ่อปอเลาะห์มาเล่า ไม่ได้มีเจตนาอื่นใด นอกจากเล่าให้ครบกระบวนความเท่านั้น และประวัติก็นำมาจากแหล่งข้อมูลที่พอหาได้ ซึ่งผมได้มาจากเว็บไซต์ของประเทศมาเลเซีย ที่เพื่อนส่งต่อมาให้
ภายในวัดเขากง นอกจากพระพุทธทักษิณมิ่งมงคล ซึ่งประดิษฐานอยู่บนเขาลูกที่ 1 แล้ว ยังมีปูชนียวัตถุ-สิ่งก่อสร้างสำคัญ คือ
                        1. พระอุโบสถ รูปทรงศิลปะไทย สวยงามแปลกจากแบบอื่นที่เห็นในที่ทั่วไป ตั้งอยู่บนยอดเขาลูกที่ 2โดยมีรูปช้างถวายดอกบัวปรากฏอยู่ด้วยอย่างงดงาม
                        2. พระเจดีย์สิริมหามายา ประดิษฐานอยู่เหนือยอดเขาลูกที่ 3 พระเจดีย์องค์นี้สร้างให้มีสารพัดประโยชน์ ภายในองค์เจดีย์มีห้องกว้างขวางสำหรับผู้มีจิตศรัทธาเข้าไปสักการบูชา และพักผ่อนอย่างสะดวกสบาย
                        3.รูปหล่อหลวงพ่อปอเลาะห์ อดีตเจ้าอาวาสของวัดในสมัยโบราณ ซึ่งทรงความศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ศรัทธาเคารพสักการะของมหาชน
                        4. วิหารหลวงพ่อทวด เป็นวิหารขนาดใหญ่ ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นสวยงาม ด้านหน้าวิหารมีองค์พระหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ประดิษฐานอยู่อย่างโดดเด่น
บริเวณสังฆาวาสพื้นที่บริเวณสังฆาวาส ที่อยู่จำพรรษาของพระสงฆ์ สามเณร ตั้งอยู่อย่างสงัดสงบ ณ มุมหนึ่งต่างห่างด้านทิศเหนือ มีกุฏิสงฆ์ หอฉัน ธรรมศาลา โรงเรียนปริยัติธรรม รวมจำนวน 9 หลัง มีพระภิกษุ สามเณร อยู่ประจำประมาณ 20 – 30  รูป ทุกปี 

มหาวิทยาลัยที่น่าเรียน


จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

      เดิมคือ โรงเรียนฝึกหัดวิชาข้าราชการพลเรือน ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้รับพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ตราพระเกี้ยว เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย  4 คณะแรกคือ คณะรัฐประศาสนศาสตร์(โรงเรียนข้าราชการพลเรือนเดิม ปัจจุบันเปิดใหม่คือ คณะรัฐศาสตร์ ) คณะแพทยศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยได้รวมโรงเรียนราชแพทยลัยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของคณะ คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และ คณะวิศวกรรมศาสตร์

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ จุฬา

แหล่งที่มา คลิ๊กที่นี้